^_^ อาณาจักร รัก-ยม !

ย้อนกลับไปอ่านเรื่องเล่าของตัวเองเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว ตอนที่เดินทางไปตาดหินยาวครั้งแรก ตอนนั้นฉันสรุปบทส่งท้ายไว้ว่า ครั้งนี้ความเหนื่อยและความลำบากจากการเดินทางที่แสนยาวไกล สอนให้ฉันรู้ว่าอะไรต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาในชีวิตฉันนั้น ล้วนแต่ไม่ได้มาง่ายๆ เลย ทุกย่างก้าวที่ผ่านมา ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฉันทั้งสิ้น และไม่ว่าแต่ละก้าวที่ฉันก้าวเดิน จะเดินทางถูกหรือทางผิด ฉันก็ต้องยอมรับมันให้ได้ทุกก้าว เพราะมันเกิดจากการตัดสินใจของฉันแต่เพียงผู้เดียว…” อยากบอกว่าความรู้สึกตอนนั้นกับตอนนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
 
 

ตาดหินยาว 22-23 กันยายน 2550 มีความแตกต่างจากเมื่อ 2 ปีที่แล้วเยอะเลย โดยเฉพาะธรรมชาติที่ฉันได้เห็น ได้สัมผัส ต้นไม้ใบหญ้าเขียวชะอุ่ม น้ำตกก็สวยใส น้ำก็เยอะ เมื่อก่อนเวลาเขียนเรื่องเล่ามักจะใช้คำแทนตัวเองว่า ฉัน แต่ทริปนี้คงต้องใช้คำว่า เรา (เราคำนี้ หมายถึง รัก-ยม และเพื่อนๆ ^_^ อ่านแล้วนึกถึงเพลงเรามีเรา)

ทริปตาดหินยาว ตั้งใจไว้ว่าจะไปตั้งแต่พี่เอกตั้งกระทู้ในชมไทยแล้ว เพราะประทับใจตั้งแต่ครั้งโน้นที่ไป และอีกอย่างก็อยากให้กุ้งฝอยได้รู้จักกับตาดหินยาวด้วย แต่ด้วยงานที่ไม่สามารถวางโปรแกรมล่วงหน้าได้เลย ใครมาถามว่า รัก-ยม จะไปตาดหินยาวมั้ย เราก็ได้แต่ตอบว่าไม่ไปค่ะ แต่หลังไมค์ บอกกับพี่เอกว่า ขอตัดสินใจวันสุดท้ายได้มั้ยพี่..เผื่อมีลุ้น เพราะตอนแรกไม่คิดว่าจะใช้รถตู้ คงน่าจะพอแทรกๆ เบียดๆ กันไปได้ แต่พออัพเดทกระทู้เรื่อยๆ เฮ้ยยยยย!! เอารถตู้ไปสงสัยคงอดไปแน่ๆ งานนี้ เพราะถ้าเราไม่ชัวร์ก็ไม่อยากไปกั๊กที่คนอื่น เสียดายก็เสียดายอยู่ แต่คิดว่าไม่เป็นไรน่า ไว้หาที่ไปที่อื่นก็แล้วกัน ชดเชยกัน ระหว่างนั้นเพื่อนก็โทรมาบิ้วๆๆๆ ไปซิๆๆๆ ไปด้วยกัน ไประลึกความหลัง ฮ่าๆๆๆ มีด้วยเหรอความหลัง (_ _”) ตัดสินใจไม่ไป!! มาดูความโลเลของเรากัน..วันที่นัดกินก๋วยเตี๋ยวเรือ พี่เอกบ่นอุบอิบๆๆ รถว่างตรึม เพราะคนขอยกเลิกหลายคนเลย บิ้วๆๆๆ อีก....หลังไมค์วันรุ่งขึ้น บอกพี่เอกว่า ตัดสินใจแล้วว่า ไป!!! (เปลี่ยนใจอีกแล้วเรา) แต่ด้วยความที่ยังไม่มั่นใจดี บอกกับพี่เอกว่า อย่าเพิ่งบอกใครนะพี่ เด๊วรอวันเดินทางอีกที ....วันเดินทางศุกร์ที่ 21 กันยาฯ จะบอกว่าตัดสินใจว่าไม่ไปตั้งแต่ตอนกลางคืนแล้ว เพราะคิดว่าจะกลับบ้านไปหาแม่ดีกว่า สายๆ พี่เอกเข้ามาถามว่าตกลงว่าไง?? เราบอกว่าไม่ไปแล้วค่ะพี่ ขอโทษด้วย....ดูความโลเลยังไม่จบ!!!...บ่ายๆ ว่างมากเข้าไปแชท เพื่อนที่จะไปตาดหินยาวเข้ามาบ่นๆๆๆ ว่ามีคนยกเลิกกันหลายคน ของก็เตรียมไว้แล้ว รถก็จ้างแล้ว บ่นๆๆๆ....

หลังไมค์ (ใน MSN)

Palmy : ว่างมั้ย??

กุ้งฝอย : ว่าง

Palmy : ตาดหินยาว คนขาดเยอะเลยอ่ะ

กุ้งฝอย : แล้ว??

Palmy : ไปมั้ย?

กุ้งฝอย : ไปยังไง เสื้อผ้าก็ไม่ได้เอามา

Palmy : เด๊วเลิกงานกลับไปเก็บก็ทัน เค้านัดกัน 2 ทุ่ม กว่าจะมาครบก็ 3 ทุ่มกว่านั่นแหละ

กุ้งฝอย : เด๊วลองลางานออกมาก่อนดู แต่ไม่รับปากนะ

Palmy : ได้ๆๆๆ ลองลาดูนะ

(จากนั้นก็รอ...........................)

กุ้งฝอย : ออกได้เร็วสุด 5 โมงเย็นนะ

Palmy : โอเช ไม่มีปัญหา อิอิ ไปตาดหินยาวกัน!!

กุ้งฝอย : (_ _”)

 

 

นั่นแหละคือความโลเลของเราทั้งคู่ สุดท้ายก็ต้องตารีตาเหลือกไปเก็บของลงกระเป๋าแล้วก็ตามไปที่นัดหมาย 3 ทุ่มกว่า ล้อหมุนทันที ที่ไปถึง

ระหว่างนั่งรถไปนั้น คิดจนหัวแทบแตก กลัวว่าจะเดินไม่ไหวเพราะไม่ได้เดินป่านานมากแล้ว ทริปล่าสุดที่จำได้ก็เขาหลวง ประจวบฯ นั่นก็สาหัสเอาการอยู่ แต่โชคดี ตาดหินยาว ไม่มีทาก ทางเรียบเดินสบาย ฮ่าๆๆ คำนี้จำจนวันตายเลย ทางเรียบเอาน่ามันต้องไหวจนได้นั่นแหละ...รถตู้มาจอดที่หน่วย ขญ.10 ประจันตคาม เวลาอะไรไม่แน่ใจ รู้แต่ว่าง่วงมาก แบกเป้ลงมา กราวชีทปูพื้น รูดซิปถุงนอน หลับตลอดคืน.......

เช้ามารัก-ยม ตื่นก่อนพวก ล้างหน้าแปรงฟัน เสร็จแล้วก็หยิบกล้องเดินถ่ายรูป แล้วก็มานั่งรอกิน อิอิ แม่ครัวทริปนี้ทำอาหารอร่อยมากๆ ขอชมจากใจ...กินเสร็จจัดของใส่เป้ นั่งรอเจ้าหน้าที่หน้ามนคนเดิม....ทีนี้ก็ได้เวลาออกเดินทางไกลกันแล้ว....

พวกเราเริ่มเดินกันยังไม่ 9 โมงดี ก่อนเดินก็ถ่ายภาพกันเรื่อยๆ มีน้องคนนึงเพิ่งถอยกล้องมาใหม่ (จากรัก-ยม) ลืมชาร์ตแบตกล้อง พอหยิบขึ้นมากด1-2 ภาพเดี้ยงซะงั้น รัก-ยม ใจแป่ว!! คิดว่าเอาของไม่ดีมาขายต่อให้น้องซะแล้ว ถามๆๆๆๆ ใครมีแบตสำรองบ้าง เพราะถ้าทริปนี้ขาดกล้องล่ะก็เสียดายอย่างแรง เดินไปคิดไป ไม่มีใครมีสำรองเลย สุดท้ายมีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย Mr.350D บอกพี่ เด๊วเอาแบตผมไปก่อน เด๊วผมวิ่งไปชาร์ตที่หน่วย แล้วเด๊วตามไปทัน...อื่มๆๆๆ เอางั้นเหรอ แต่น้องเจ้าของกล้องคงเกรงใจอ่ะ เลยหยุดรอ พวกเราที่เดินกลุ่มหลังๆ ก็หยุดรอกันด้วย ...จึงทำให้ต้องแบ่งการเดินทางเป็นสองกลุ่มไปโดยปริยาย ตอนนั้นกลุ่มแรกเดินถึงไหนแล้วไม่รู้ รู้แต่ว่าพี่เอกกลับมา เจอพวกเรายืนอยู่ สอบถามได้ความตามที่เล่ามาด้านบน...อิอิ...พี่เอกเลยบอกว่าเด๊วพี่เอกอยู่รอเองให้พวกเราเดินไปกันเลย เพราะไม่งั้นก็จะช้ากันหมด...อื่มๆๆๆ เอางั้นหรอ ก็ได้ๆๆ เดินๆๆๆๆ

 

พวกเราเดินมาเรื่อยๆ เมื่อยก็หยุด แต่ที่สำคัญคืออยากรอคนที่ตามมามากกว่า...เดินมาได้สักพัก พวกหนุ่มๆที่อยู่รอ Mr.350D ก็ตามมา ที่นี้ก็พยายามจะเร่งฝีเท้าเพื่อที่จะได้ตามกลุ่มแรกให้ทัน แต่ยิ่งเดินก็ยิ่งไกล ยิ่งไกลก็ยิ่งเหนื่อย ยิ่งเนื่อยก็ยิ่งหิว ยิ่งหิว เลยทำให้ล้าและหมดแรงไปเลย...ไม่ไหวแล้วหิวๆๆๆ ความรู้สึกเดียวตอนนั้นคือต้องหยุดและกิน ใครจะยังง็ช่างขอกินก่อน ไม่งั้นคงต้องหามกันบ้างละ มีเพื่อนๆ ร่วมวงกินด้วย ส่วนหนุ่มๆ บอกเด๊วเดินล่วงหน้าไปก่อน....พอจะตักข้าวเข้าปากเสียงรถบึ่งมาแต่ไกล นึกในใจเค้าคงไม่ได้มารับเราหรอกมั้ง ตักข้าวเข้าปากต่อไป เอ๊า!! รถอ้อมมาจอดด้านหลังฉันเลย พี่คนขับกระโดดลงมาบอกว่ามีคนให้มารับ...เอ๊า!! นี่ไม่ได้เต็มใจขึ้นนะนี่ แต่ในเมื่อมารับก็ไม่อยากให้เสียน้ำใจอ่ะนะ แต่มีแอบกระซิบบอกพี่คนขับว่า ใกล้ๆ จะถึงแล้วจอดให้พวกเราลงก่อนนะไม่งั้นเด๊วเสียฟอร์ม ฮ่าๆๆๆ

รถมาส่งจนถึงทางลงแก่งกฤษนา ตรงนี้ต้องเดินลงเอง ทางก็เหมือนเดิมเลย เป็นป่าไผ่ ชื้นๆ แฉะๆ แป๊บเดียวก็มารวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ชุดแรกได้ เพราะเรามันจรวดทางลง และทางราบ ถ้าเจอเนินเมื่อไหร่แพ้ทันที (_ _”) พอถึงแก่งกฤษนาสิ่งที่ทำเป็นอย่างแรกคือกินเท่านั้น ไม่สนใจใคร โซ้ยข้าวอย่างเดียวเลย กินเสร็จแล้วจากนั้นจะทำอะไรค่อยว่ากันอีกที พออิ่มแล้วก็เดินลงมาดูน้ำที่จะข้าม..ตายล่ะหว่า เชี่ยวแบบนี้จะข้ามกันยังไง พี่เอกบอกว่าเด๊วต้องเดินกลับขึ้นไปทางเดิมเพื่อไปข้ามที่ซับหมาก...โอ้วววววว!! พระเจ้า นรกลอยมาอยู่ตรงหน้ารำไร...เอ้าเดินก็เดิน...ค่อยๆ เดินขึ้นไปเรื่อยๆ เวลาเดินหลังจากท้องอิ่มๆ นี่มันจุกจริงๆ นะ ใครไม่เคย ลองดูซิ...พอขึ้นมาจากแก่งกฤษนาก็มีรถมารับเพื่อไปส่งทางลงซับหมาก แต่ระหว่างทางรถก็ดั๊นติดหล่ม อันนี้ไม่รู้หนักใคร?? ต้องช่วยกันงัด ช่วยกันดัน ช่วยกันเขย่า พูดง่ายๆ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้รถมันหลุดจากหล่มให้ได้.....สุดท้ายไม่มีอะไรยากเกินความพยายาม รถหลุดออกมาแล้ว ทีนี้ต้องอ้อมไปอีกทางเพื่อไปส่งพวกเราให้ใกล้ทางลงซับหมากมากที่สุด....

 

   

 

ทางลงซับหมากเป็นทางขึ้นๆ ลงๆ แต่เป็นทางลงซะส่วนมาก ซึ่งฉันรู้ชะตากรรมวันกลับแล้วว่าต้องเจออะไร....ผ่านน้ำผ่านป่า ผ่านดงหญ้าคา โดนบาดเป็นแผลไปตามๆ กัน ที่สำคัญ คันน่าดู สุดท้ายผ่านป่าไผ่มาถึงซับหมาก เป็นจุดที่ต้องข้ามน้ำแล้ว มองดูน้ำอยู่ในระดับที่พอข้ามได้ หนุ่มๆ ช่วยกันแบกของข้ามไปก่อนจากนั้นพวกเราก็เดินข้ามกัน น้ำแค่ต้นขานิดๆ สนุกดีเหมือนกัน...ใช้เวลาไม่นานพวกเราทุกคนก็ข้ามน้ำเรียบร้อย จากตรงนี้ใช้เวลาเดินอีกไม่นาน ผ่านป่ารกๆ แฉะๆ ขึ้นๆๆๆ และขึ้น เหนื่อยจนไม่สามารถพูดออกมาได้ มีทางไหนที่พอจะเอาออกซิเจนเข้าร่างกายได้ฉันทำหมด!!! ไม่นานเสียงเพื่อนๆ ที่นำไปก่อนตะโกน วู้ๆๆๆๆ!! ว้าว!!!! แสดงว่าถึงแล้วจุดหมายปลายทาง...


ถึงตาดหินยาว...ความรู้สึกครั้งแรกที่มาเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนั้นจำได้ว่าไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่...ตอนนั้นคำพูดที่พูดออกมา เนี่ยะน่ะเหรอ!!!”....แล้วก็ถอนหายใจ..คงเป็นเพราะความเหนื่อยซะมากกว่า...แต่ครั้งนี้มันตรงกันข้ามเลย...ตาดหินยาว ตรึงใจฉันอยู่พักใหญ่ เพราะมันสวยมาก น้ำเยอะ ป่าก็เป็นสีเขียว มองแล้วทำให้สดชื่น จนลืมความเหนื่อยจนหมดเกลี้ยงเลยหล่ะ...ตรึงใจอยู่สักพัก ก็ตื่น!! จำได้ว่าภาระบนบ่ายังหนักอึ้งอยู่ จำเป็นต้องปลดมันลง ณ บัดนาววว!! จากนั้นก็เดินไปหาที่จับจองสร้างที่พักสำหรับคืนนี้กัน..เพื่อนๆ บางส่วน เริ่มติดไฟทำครัวกันแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะไปช่วย แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ ไปอาบน้ำดีกว่าเรา ถ้าไปช่วยนี่สงสัยจะไม่ได้กินดีกันแน่ๆ คืนนี้ อิอิ...

น้ำเย็นมากๆ เหมือนใครเทน้ำแข็งลงไปในลำธาร นั่งแช่ขาทำใจพักใหญ่ๆ แล้วถอนหายใจเฮือก!! จุ่มตัวลงในน้ำ แทบสะดุ้ง มันเย็นจริงๆ นะ ไม่เชื่อเดินไปแช่ดูมั่งซิ แล้วจะรู้ว่าเราไม่ได้โกหก ^_^ นั่งแช่น้ำตกอยู่พักใหญ่ให้ธรรมชาติบำบัดความเหนื่อยล้าของร่างกายออกให้หมด..จากนั้นก็ขึ้นจากน้ำ ได้เวลาหามุมถ่ายภาพแล้วล่ะชอบจริงๆ ทีนี่ มีมุมให้ถ่ายภาพเพียบเลย โดยเฉพาะน้ำตกนี่ ลองผิดลองถูกกันอยู่นานกว่าจะได้ภาพที่ละอองน้ำมันฟุ้งๆ แบบที่เพื่อนๆ เค้าถ่ายกัน...แต่ด้วยความมักง่าย รัก-ยม ถ่ายภาพน้ำตก ใช้ขาตั้งกล้องซะที่ไหน แน่อ่ะมีไรมั้ย ตอนนั้นคิดแบบนั้นอยู่ ฮ่าๆๆๆ หารู้ไม่ ช่างลำพองตัวเองเหลือเกิน กลับไปถึงบ้านลมแทบใส่ น้ำตกที่ถ่ายมากลายเป็นลาบ!! ซะนี่ @_@ มันเบลอไปหมด เสียดายก็เสียดาย ครั้นจะให้เดินกลับไปถ่ายใหม่นี่ขอคิดแบบยาวๆ ข้ามปีไปเลยก็แล้วกัน หุหุ

 

ถ่ายภาพน้ำตกจนหนำใจ ความมืดก็คืบคลานเข้ามาพร้อมกับน้ำย่อยในกระเพาะที่สามัคคีกันร้องเหลือเกิน ได้เวลากินข้าวแล้ว....จะบอกว่าเวลาเดินป่าเป็นระยะทางไกลๆ ที่ต้องแบกสัมภาระหนักๆ ไว้บนบ่าของตัวเองนี่ นอกจากความสวยงามของธรรมชาติปลายทางที่เราได้เห็นแล้ว การได้นั่งล้อมวงกินข้าวร่วมกันคือสวรรค์อีกอย่างหนึ่งของนักเดินทางเลยก็ว่าได้...ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ นะ เพราะฉันมีความสุขจังเวลาตักข้าวเข้าปากท่ามกลางธรรมชาติ เสียงนกไพรร้องอยู่ไกลๆ อากาศเย็นๆ เสียงดนตรีจากสายน้ำ เสียหัวเราะของเพื่อนร่วมทางทุกคนโอ๊ยยยยย!! จะให้บรรยายยังไงดี คือต้องลองอ่ะ ของแบบนี้ มันไม่รู้จะหาคำไหนมาจำกัดความของคำว่า สุข ได้แล้วล่ะ กินข้าวเสร็จทีนี้ก็ฟรีสไตล์แล้ว ใครใคร่นอน...น๊อนนนน!! ใคร ใคร่คุย คุ๊ยยย!!!

สิ่งหนึ่งที่ชอบในการเดินทางกับชมไทยคือ เราจะมีกิจกรรมแนะนำตัว เพื่อให้เพื่อนๆ ทั้งใหม่และเก่าได้รู้จักกันมากขึ้น เพราะระหว่างทางคงไม่สามารถมาเดินไปสัมภาษณ์ไปกันได้หรอก แค่เดินแล้วยิ้มนี่ก็ทรมานจะแย่แล้ว...วิธีเดียวที่จะทำความรู้จักกันก็คือช่วงแนะนำตัวนี่แหละ หลังจากผ่านช่วงแนะนำตัวไปแล้วทีนี้ก็ นอนได้แบบสบายใจ บางคนเลือกที่จะนั่งคุยกันต่อไปจนดึกดื่น..แต่รัก-ยม ขอตัวไปเขียนโปสการ์ดใต้ฟลายชีทดีกว่าบรรยากาศกำลังได้เลย นั่งเขียนโปสากร์ด ส่งความคิดถึง ถึงเพื่อนๆ ท่ามกลางธรรมชาติตอนกลางคืน อิอิ สุขใดไหนเลยจะเท่า แต่เท่าที่จำได้เขียนได้ไม่ถึงใบก็หลับกันยันเช้า................^_^

เช้ามา พาตัวเองคลานออกจากถุงนอน มองออกไปเห็นเพื่อนเราคนหนึ่งไปนั่งทำมิวสิคอยู่กลางลานหิน อื่มๆๆ ไม่รู้ว่านอนไม่หลับหรือเพิ่งตื่น (_ _”) ยามเช้าอากาศดีมาก เสียงนกร้องประสานกับเสียงน้ำตก ช่างเพลินหูเสียนี่กระไร ยามเช้าเป็นอีกช่วงที่ชวนให้ถ่ายภาพมากๆ จะรอช้าอยู่ใย ไปถ่ายภาพกัน กดไปเยอะอีกเช่นเคยทั้งน้ำตก แดดยามเช้า ดอกไม้ ผีเสื้อ โอ๊ยยย!! สุขเหลือเกิน...สโลแกนทริปตาดหินยาว สนุกกับโลกใบจิ๋ว ผิดหวังนิดหน่อย ฮ่าๆๆๆ เพราะโลกใบจิ๋วที่ว่าคงยังไม่ถึงฤดูกาลของมัน....แต่ได้ดอกไม้มาเพียบ โดยเฉพาะกล้วยไม้ป่าที่เราไม่สามารถหาชมได้ง่ายๆ เอาเป็นว่าเพลินไปเลยก็แล้วกัน สายๆ หลังจากจิบกาแฟแล้ว ก็เดินสำรวจมุมอื่นๆ ของตาดหินยาวต่อไป....จะบอกว่ารัก-ยม เดินหลงอ่ะ โน่นนนนน!! เพื่อนๆ เค้าลงไปถ่ายภาพน้ำตกไทรคู่กันโน่น รัก-ยม ยังเดินสะเปะสะปะหาทางกลับเต็นท์ไม่ได้เลย เดินไปไหนก็เจอแต่น้ำขวางหน้า มองเห็นฟลายชีทอยู่ไกลๆ หาทางไปไม่ได้คิดดูซิ!!! กว่าจะหาทางข้ามน้ำมาได้ก็เล่นเอาเหนื่อย พอดีกับเพื่อนๆ ที่ลงไปน้ำตกไทรคู่ขึ้นมาถึงพอดี พี่เอกถามไปไหนกันมา เค้าถ่ายภาพหมู่กันไม่เห็นรัก-ยม เลย กำ!! ในใจก็ไม่กล้าบอกว่าเดินหลงอยู่ที่ธารหิน

 

พวกเราอยู่ที่ตาดหินยาวจนถึงเที่ยง พูดง่ายๆ ซึมซับธรรมชาติกันจนหนำใจเชียวแหละ จากนั้นก็ได้เวลากลับ เริ่มออกเดินทางกันราวๆ เที่ยงครึ่งเห็นจะได้ ก็ทางเดิมนั่นแหละ ผ่านป่า ลงเขา ขึ้นเขาๆ ข้ามน้ำที่ซับหมากที่เดิม ตอนกลับนี่มีฝนปรอยๆ พอให้เป็นหวัดกัน มีเรื่องตื่นเต้นเกิดขึ้นกับรัก-ยม อยู่ 2 ครั้ง ก่อนจะออกจากป่า ครั้งแรกกุ้งฝอยเจอ ตอนแรกก็สงสัยว่าเจ้าจอน หมาที่มาด้วยกันกับพวกเรามันหยุดมองอะไร เป็นนานสองนาน ก็หยุดมองบ้าง แล้วก็เห็นงูตัวเบ้อเริ้ม ดำเมี่ยม!! เลื้อยขนานใกล้ๆ กับทางที่พวกเราเดิน ทำให้ต้องหยุด ปล่อยให้งูเลื้อยห่างออกไปก่อน ตอนที่งูกำลังเปลี่ยนใจเลื้อยมาหาฉัน ใจแป่วเลย ทำใจดีสู้งู มองหน้ามันอยู่พักหนึ่ง ไม่รู้อะไรดลใจให้งูเปลี่ยนทิศ หรือเราสวยไม่พอ (_ _”)...ตาโบ๊ทเพื่อนร่วมทางอีกคนบอกคงเป็นงูเห่าเพราะสีดำๆ ยาวๆ อื่มๆๆ งูไรก็น่ากลัวทั้งนั้นอ่ะ...แซวกันไปสงสัยกุ้งฝอยจะเจอเนื้อคู่ ^_^ จากนั้นก็เดินต่อไป.....ผ่านป่าขึ้นมาจนถึงทางรถ เดินๆ อยู่ ฉันก็ต้องโดดโหยง!!! อีกรอบ ก็งู อีกนั้นแหละ เด้งขึ้นมาจากกอหญ้า ตกใจหมด สีขาวๆ ตัวเล็กๆ เหลี่ยมๆ ตาโบ๊ทอีกเช่นเคย ผู้เชี่ยวชาญด้านงู (สงสัยเลี้ยงไว้เยอะ..บนหัว ^_^..) บอกว่าน่าจะเป็นงูกะปะ กัดเข้าก็ปวดเหมือนกัน เจ้างูตัวน้อยคิดยังไงก็ไม่รู้เลื้อยตรงไปหาเพื่อนๆ ที่เดินตามมาด้านหลัง ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจปลิดชีพงูตัวนั้นเสีย เพื่อไม่ให้เป็นอันตราย...น่าสงสารจริง เจ้างูน้อย (_ _”) ฉันบอกอโหสิกรรมให้งู แล้วก็เดินต่อไป ตาโบ๊ทบอกทริปนี้สงสัย รัก-ยม จะเจอเนื้อคู่ ทั้งคู่ล่ะมั้ง เพราะเจอแต่งู อื่มๆ คิดเอาเองละกันว่าเนื้อคู่ของเราทั้งสองคนจะมีลักษณะยังไงหากพิจารณาจากลักษณะของงูที่เจอ T_T แซ๊ดดดดดดดด กันเลยทีเดียว รัก-ยม เอ๊ยยยย!!!

พวกเราเดินกันมาถึงจุดที่นัดให้รถมารับ แต่เมื่อติดต่อรถแล้ว บอกว่าจะมารับได้ก็บ่าย3 กว่าๆ เกือบ 4 โมงเย็น แล้วจะนั่งรอกันทำไมให้เสียเวลา เดินกันดีกว่า...รัก-ยม เป็นประเภทจรวดทางลงกับทางราบ ขากลับนี่เดินเร็วมากๆ   อยู่ในกลุ่มแรกๆ เลยก็ว่าได้ ตั้งหน้าตั้งตาเดิน ..แบบจับมือกันเดินด้วยใจอดทนเลยล่ะ..ไม่นานเราก็กลับมาถึงน้ำตกตะคร้อที่เป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางของเรานั่นเอง เพื่อนๆ ก็ทยอยตามกันมาจนครบ หมดสภาพไปตามๆ กัน เฮ้อ!!! อยากตะโกนคำว่า เหนื่อย ดังๆ สัก พันรอบ ^_^

มาถึงบทสรุปทริปตาดหินยาว ดูซิว่าจะเหมือนกับครั้งก่อนมั้ย....ทริปนี้สอนให้ฉันเข้าใจตัวเองมากขึ้น สอนให้ฉันพยายามเอาชนะจิตใจตัวเองให้ได้ เชื่อมั้ยว่าตอนที่นั่งกินข้าวแล้วมีรถมารับ ฉันเกือบตัดสินใจขอติดรถกลับแล้วนะ แต่เพราะอะไรจึงไปต่อ ส่วนหนึ่งเกิดจากการอยากเอาชนะ นั่นเป็นนิสัยส่วนตัวของฉัน อีกส่วนคือฉันเชื่อเรื่องความพยายาม ไม่มีอะไรเกินกว่าความพยายามไปได้

นานแล้วไม่ได้ออกทริปที่มีเพื่อนๆ เยอะแบบนี้ประทับใจจริงๆ ทุกคนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แม้จะเดินแยกกลุ่ม แต่ที่แยกเพราะกำลังของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ทุกคนก็ห่วงใยซึ่งกันและกัน ระหว่างทางจะได้ยินคำนี้เสมอๆ จากเพื่อนหลายๆ คนว่า ไหวมั้ย? บางทีก็ตอบเป็นรอยยิ้มแทน บางช่วงเหนื่อยจัดไม่สามารถยิ้มออกมาได้ ก็ก้มหน้าก้มตา พยักหน้าหงึกๆ ในใจคิดเสมอว่ามันต้องไหวซิ!! สุดท้ายพวกเราก็ไปถึงและได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามตามเป้าหมายของเรา...ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ร่วมทริปทุกคน ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่ไม่เบื่อคนเดินช้าอย่างเรา ขอบคุณเจ้าจอน ที่คอยสร้างรอยยิ้มให้กับเราเสมอๆ เพราะความน่ารักและใสซื่อของมัน ขอบคุณท่านเจ้าที่เจ้าทางที่ปกปักษ์รักษาดูแลพวกเราจนตลอดลอดฝั่ง...สุดท้ายขอบคุณธรรมชาติสวยๆ ที่เย้ายวนให้เราเฝ้าติดตามค้นหากันอยู่เรื่อย...เมื่อสองเท้าก้าวออกจากบ้าน จงระลึกเสมอว่า เราจะคิดดี ทำดี แล้วสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นกับคุณ....อย่าลืมพาตัวเองออกไปพบของจริงดูบ้างนะคะ

 

      

 

แล้วพบกันทริปหน้า...แต่....จะไปไหน...ยังไม่รู้เลย..^_^

 

 

                     ด้วยความปราถนาดีจาก.................................................. รัก-ยม ชมไทย

 


 


 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณภาพสวยๆ ภาพนี้จากพิชชี่ค่ะ>>


14 CommentsChronological   Reverse   Threaded
littlekoong wrote on Sep 26, '07
เฮ้อ..........นั่งอ่านไป ก้อคิดถึงเหมือนกันนะ...ตาดหินยาว
pooster007 wrote on Sep 26, '07
อืมมม...เสียดาย ถ้ามีโอกาสคงได้ไปเนอะ
pich888 wrote on Sep 26, '07
ขอบคุณโลกใบนี้ที่ยังสวยงาม...มีเพื่อนร่วมทางดีดี ไปไหน ไปกัน ^__^ แล้วไปออกรอบกันใหม่จ้า
pui2eliz wrote on Sep 26, '07
อยากไปบ้างงง อ่า...
ปล.รูปปิดท้าย น่ารักจัง ^__^
ktaro wrote on Sep 26, '07
รูปสุดท้ายแจ๋มมากๆ

อ่านไปก็ร้องไห้ไป ทำไมเราไม่ได้ไปนะ งึมๆ
palmychomthai wrote on Sep 26, '07
อยากไปบ้างงง อ่า...
ปล.รูปปิดท้าย น่ารักจัง ^__^
ชวนเพื่อนปุ๋ย ไปจิปุ้ย ^_^
palmychomthai wrote on Sep 26, '07
ktaro said
รูปสุดท้ายแจ๋มมากๆ

อ่านไปก็ร้องไห้ไป ทำไมเราไม่ได้ไปนะ งึมๆ
ก็ไม่มีอะไรจะพูดอ่ะนะตาหมีเผือกนอกจากกกกกกกกกกกก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ^_^
chomthai wrote on Sep 26, '07, edited on Sep 26, '07
มีเรื่องเล่าด้วย.เด๋วเอาไปลงที่เวบนะจ้า
volume56 wrote on Sep 26, '07
เขียนได้เห็นภาพชัดเจนมาก ๆ รัก-ยม ชมไทย
palmychomthai wrote on Sep 26, '07
เขียนได้เห็นภาพชัดเจนมาก ๆ รัก-ยม ชมไทย
ขอบใจจ้า ^_^
rcdcwk wrote on Sep 27, '07
อ่านเรื่องเล่าสนุกดีคะคุณป้อม ขอบคุณที่แบ่งปันภาพ ประสบการณ์การเดินทางให้ชมนะคะ เห็นภาพการเดินทางแล้ว รู้สึกคิดถึง ไม่ได้เที่ยวแบบนี้มานานแล้ว
palmychomthai wrote on Sep 27, '07
rcdcwk said
อ่านเรื่องเล่าสนุกดีคะคุณป้อม ขอบคุณที่แบ่งปันภาพ ประสบการณ์การเดินทางให้ชมนะคะ เห็นภาพการเดินทางแล้ว รู้สึกคิดถึง ไม่ได้เที่ยวแบบนี้มานานแล้ว
ขอบคุณมากค่ะพี่รัช....อิอิ แอบเรียนรู้มาจากเรื่องเล่าของพี่รัชนั่นละ ^_^
amazingetum wrote on Oct 3, '07
เขียนดีหว่ะป้อม
อ่านแล้ว...ภาพมันลอยมาตรงหน้า
ทุกก้าวย่างที่ย่ำขา มันมีประสบการณ์
แม้ไม่ได้ไป
แต่ก้อเหมือนอยู่ในเหตุการณ์
บุญรักษา
palmychomthai wrote on Oct 3, '07
เขียนดีหว่ะป้อม
อ่านแล้ว...ภาพมันลอยมาตรงหน้า
ทุกก้าวย่างที่ย่ำขา มันมีประสบการณ์
แม้ไม่ได้ไป
แต่ก้อเหมือนอยู่ในเหตุการณ์
บุญรักษา
ขอบคุณมากค่ะท่านพี่ อิอิ อยากอ่านประสบการณ์ของพี่ตั้มบ้างอ่ะค่ะ สักทริปนะคะพี่ ^_^
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help